PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [1]
การตรวจพื้นฐานช่วยประเมินสถานะขณะมารับบริการ แต่ผลลบเร็วเกินไปไม่ตัดเหตุล่าสุดหรือยืนยันสถานะก่อนเหตุแน่นอน ต้องวางแผนตรวจซ้ำตามวิธี เวลาและการใช้ PrEP หรือ PEP ไม่ใช้ผลครั้งเดียวหยุดยาเอง [2] [3] [1]
ตรวจ HIV หลังเสี่ยงกี่วันตามชนิดการตรวจ
| ชนิดการตรวจ | ช่วงที่มักตรวจพบได้ |
|---|---|
| NAT ตรวจสารพันธุกรรมของไวรัส | ประมาณ 10–33 วันหลังสัมผัส [2] |
| Ag/Ab รุ่นที่ 4 จากเลือดดำ | ประมาณ 18–45 วัน [2] |
| Ag/Ab จากเลือดปลายนิ้ว | ประมาณ 18–90 วัน [2] |
| การตรวจแอนติบอดี รวมถึงชุดตรวจด้วยตนเองส่วนใหญ่ | ประมาณ 23–90 วัน [2] |
ช่วงเหล่านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรอถึงวันสุดท้ายจึงค่อยตรวจ การตรวจเร็วช่วยเชื่อมต่อ PEP การดูแล และการตรวจซ้ำได้ แต่ควรถามเจ้าหน้าที่ว่าผลของชุดที่ใช้สรุปได้เมื่อไร [2]
ถ้าผลลบแล้วต้องตรวจซ้ำไหม
- หากตรวจในช่วงหน้าต่าง อาจต้องตรวจซ้ำ [2]
- หากใช้ PEP หรือ PrEP ช่วงใกล้เหตุการณ์ ตารางติดตามอาจต่างออกไป [3] [1]
- หากมีเหตุเสี่ยงใหม่ ให้นับและประเมินจากเหตุล่าสุดด้วย [2]
- หากมีอาการ ไม่ควรใช้ผลลบระยะแรกวินิจฉัยตนเอง [2]
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ได้ใช้แทนการประเมินหรือแปลผลเฉพาะบุคคล ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด เปลี่ยน หรือปรับยาเอง อ่านเพิ่มเรื่อง ผลตรวจหลังเสี่ยง 21 วัน และ การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

คำถามที่พบบ่อย
ตรวจวันรุ่งขึ้นแล้วผลลบ เชื่อถือได้ไหม
ผลอาจบอกสถานะก่อนเหตุการณ์ แต่ยังเร็วเกินไปสำหรับเหตุล่าสุด ควรวางแผนตรวจซ้ำ [2]
ต้องรอ 90 วันทุกคนไหม
ไม่เสมอไป ขึ้นกับชนิดการตรวจ การใช้ยา และเหตุเสี่ยง เจ้าหน้าที่สามารถกำหนดวันที่เหมาะกว่าให้ได้ [2]
ชุดตรวจด้วยตนเองใช้หลังเสี่ยงทันทีได้ไหม
ตรวจได้แต่ผลลบอาจยังไม่ตัดการติดเชื้อครั้งล่าสุด ต้องอ่านช่วงหน้าต่างในเอกสารกำกับและตรวจซ้ำตามคำแนะนำ [2]
สรุป
PEP เป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังเหตุอาจสัมผัสเชื้อ ต้องขอประเมินโดยเร็วที่สุดและเริ่มเมื่อมีข้อบ่งชี้ภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้ครบเวลา ผู้ให้บริการเลือกยาและวางแผนติดตาม โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน หากเกิน 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินและวางแผนตรวจ ไม่ซื้อหรือแบ่งยากันใช้เอง [1]
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง
อ้างอิงตามข้อความที่ตรวจทาน
ตรวจทานและปรับปรุงเนื้อหา: 29 ตุลาคม 2569