โรคติดเชื้อฉวยโอกาส คือโรคที่เชื้อซึ่งปกติไม่ทำอะไรคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ กลับก่อโรคได้เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง จึงพบได้ในผู้มีเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ได้รับการรักษา และบางคนเป็นมากกว่าหนึ่งโรคพร้อมกัน หน้านี้เป็นหน้ารวมของเรื่องนี้บนเว็บ คือคืออะไร มีโรคอะไรบ้าง อาการแบบไหนควรรีบไปพบเจ้าหน้าที่ และยาต้านไวรัสช่วยอะไร
โรคติดเชื้อฉวยโอกาส คืออะไร
ร่างกายคนเรามีเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และปรสิตอยู่รอบตัวตลอดเวลา ถ้าภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี เชื้อเหล่านี้ไม่ก่อโรค แต่เมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายลง เชื้อกลุ่มเดิมจะฉวยจังหวะนั้นก่อโรคขึ้นมา บางครั้งพร้อมกันหลายระบบ และบางโรครุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
เรื่องนี้ไม่จำกัดอยู่กับเอชไอวีเท่านั้น คนที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหลังปลูกถ่ายอวัยวะ คนที่รับเคมีบำบัด หรือคนที่ขาดสารอาหารรุนแรงก็พบได้ แต่ในกลุ่มที่มีเชื้อเอชไอวีและยังไม่ได้เริ่มยาต้านไวรัส จะพบบ่อยกว่าและเป็นเหตุผลหลักที่แนวทางการรักษาเน้นให้เริ่มยาเร็ว
อาการของโรคติดเชื้อฉวยโอกาส สังเกตอะไรได้
อาการขึ้นกับว่าเชื้อลงที่ระบบไหน จึงมองเป็นกลุ่มอาการจะเข้าใจง่ายกว่าการจำชื่อโรค
- วัณโรค การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำลายปอดและทำให้เยื่อหุ้มปอดอักเสบ เป็นโรคฉวยโอกาสที่พบมากที่สุดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้มีเชื้อเอชไอวีทั่วโลก
- เริม ไวรัสที่ทำให้เกิดแผลอักเสบบริเวณปากหรืออวัยวะเพศ และอาจเป็นแผลกว้างหรือหายช้ากว่าปกติเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ
- งูสวัด ตุ่มน้ำใสเรียงตามแนวเส้นประสาทซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ปวดแสบปวดร้อนหรือคัน ต่อมาตุ่มจะแตกเป็นสะเก็ด
- ปอดอักเสบจากเชื้อราพีซีพี ทำให้ไข้ ไอแห้ง และเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เป็นโรคที่ต้องรีบตรวจรักษา
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราคริปโตค็อกคัส อาการมักค่อยเป็นค่อยไป ปวดศีรษะเรื้อรัง มีไข้ และอาเจียน
- การติดเชื้อราในปาก ลำคอ และช่องคลอด ฝ้าขาวในปาก กลืนเจ็บ หรือแสบคันในช่องคลอด เป็นสัญญาณแรก ๆ ที่พบบ่อย
- ท้องเดินเรื้อรังจากโปรโตซัวและแบคทีเรีย ถ่ายเหลวต่อเนื่อง น้ำหนักลด และขาดน้ำได้
- การติดเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส ลงที่จอประสาทตาทำให้ตามัวจนถึงสูญเสียการมองเห็น และลงที่ลำไส้ทำให้ท้องเดินรุนแรง
- มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่คอ รักแร้ หรือข้อพับโต และมะเร็งหลอดเลือดคาโปซีที่ขึ้นเป็นรอยสีแดงหรือม่วงตามผิวหนัง


ทำไมโรคเหล่านี้จึงเกิดเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ
เชื้อเอชไอวีทำลายเม็ดเลือดขาวที่เป็นตัวสั่งการของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อจำนวนลดลงมาก ร่างกายจะจับเชื้อที่เคยคุมได้ไม่อยู่ ทีมดูแลจึงใช้ค่าภูมิคุ้มกันร่วมกับอาการ เป็นตัวช่วยวางแผนว่าช่วงนี้ควรเฝ้าระวังโรคกลุ่มใด
วิธีลดโอกาสเกิดโรคกลุ่มนี้ในชีวิตประจำวัน และสาเหตุอื่นที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำนอกจากเอชไอวี อ่านต่อได้ที่ ป้องกันโรคฉวยโอกาส เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ ทำอะไรได้
ยาต้านไวรัสช่วยลดโรคฉวยโอกาสอย่างไร
เรื่องที่เปลี่ยนภาพของโรคกลุ่มนี้มากที่สุดคือยาต้านไวรัส เมื่อใช้ยาต่อเนื่องจนกดปริมาณไวรัสลงได้ ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ฟื้นตัว และโรคฉวยโอกาสก็พบน้อยลงอย่างชัดเจน แนวทางการดูแลของไทยจึงให้เริ่มยาต้านไวรัสเร็วหลังทราบผล ไม่ต้องรอให้ภูมิคุ้มกันตกลงไปก่อน
คนที่กำลังใช้ยาอยู่แล้ว สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือใช้ยาต่อเนื่องและไปตามรอบนัด ไม่หยุดยาเองแม้รู้สึกว่าสบายดี เพราะช่วงที่ยาขาดคือช่วงที่ภูมิคุ้มกันเปิดช่องให้เชื้อกลับมา ทำความรู้จักยากลุ่มนี้ได้ที่ ทำความรู้จักกับยาต้านไวรัสเอชไอวี (ARV)
คำถามที่พบบ่อย
มีเชื้อเอชไอวีแล้วต้องเป็นโรคฉวยโอกาสทุกคนไหม
ไม่ใช่ทุกคน คนที่เริ่มยาต้านไวรัสเร็วและใช้ยาต่อเนื่องส่วนใหญ่ไม่เกิดโรคกลุ่มนี้เลย โรคฉวยโอกาสพบมากในคนที่ยังไม่ทราบผลหรือยังไม่ได้เริ่มการรักษา
โรคฉวยโอกาสติดต่อสู่คนในบ้านได้ไหม
ขึ้นกับว่าเป็นโรคอะไร บางโรคอย่างวัณโรคปอดส่งต่อทางการหายใจได้ จึงต้องรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยบริการ แต่หลายโรคในกลุ่มนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่ายในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ
เป็นโรคฉวยโอกาสแล้วรักษาหายไหม
หลายโรครักษาได้ โดยเฉพาะเมื่อมาเร็ว การรักษาคือดูแลโรคที่เกิดขึ้นควบคู่กับการฟื้นภูมิคุ้มกันด้วยยาต้านไวรัส แผนการรักษาแต่ละคนต่างกันและมาจากแพทย์ที่ดูแล
หายจากโรคฉวยโอกาสแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม
เป็นซ้ำได้ถ้าภูมิคุ้มกันยังต่ำอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทีมดูแลเน้นเรื่องการใช้ยาต้านไวรัสต่อเนื่องและการมาตามรอบนัด

สรุป
- โรคติดเชื้อฉวยโอกาสเกิดจากเชื้อที่ปกติไม่ก่อโรค แต่ก่อโรคได้เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- มองเป็นกลุ่มอาการตามระบบของร่างกายจะจับสัญญาณได้เร็วกว่าการจำชื่อโรค
- ไข้สูงไม่ลด ปวดศีรษะรุนแรง เหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ ตามัวลงเร็ว หรือสับสน คือสัญญาณที่ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ทันที
- ยาต้านไวรัสที่ใช้ต่อเนื่องคือเครื่องมือหลักที่ทำให้โรคกลุ่มนี้พบน้อยลงมาก
อ่านภาพรวมการรักษาเอชไอวีแบบเป็นขั้นตอนได้ที่ การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ