นัดติดตามเอชไอวีแต่ละปีไม่ได้มีแค่เรื่องยาและผลเลือด แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 มีตารางการประเมินและติดตามผู้ใหญ่ที่มีเชื้อ ซึ่งให้ทีมรักษาซักประวัติทั้งในปีแรกและปีต่อ ๆ ไป เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ร่วม วัคซีน เพศสัมพันธ์และการวางแผนครอบครัว วิถีชีวิต สิทธิการรักษา สุขภาพใจ และวัณโรค ตารางนี้เป็นคำแนะนำของแนวทางสำหรับทีมรักษา ผู้เขียนเห็นว่าแต่ละหน่วยบริการอาจถามไม่ครบทุกข้อ
นัดติดตามเอชไอวีแต่ละปี แนวทางไทยให้ถามเรื่องอะไร
ตารางนี้อยู่ในบทการดูแลรักษาผู้ใหญ่ของแนวทาง แบ่งช่วงเป็นเมื่อทราบผลครั้งแรก ในปีแรก และในปีต่อ ๆ ไป เรื่องที่แนวทางให้ซักประวัติต่อเนื่องถึงปีต่อ ๆ ไป เช่น
- ประวัติการเจ็บป่วยและโรคร่วม
- ยาที่ใช้ร่วม
- วัคซีน โดยเน้นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19
- เพศสัมพันธ์ การบอกผลเลือดแก่คู่หรือลูก และการวางแผนครอบครัว
- วิถีชีวิต คือการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การกินอาหาร การใช้สารเสพติด และการออกกำลังกาย
- อาชีพ และสิทธิการรักษา
- สุขภาพจิต วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ส่วนประวัติครอบครัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต ตารางให้ถามตอนทราบผลครั้งแรก
วิถีชีวิต สมุนไพร และอาชีพ แนวทางเขียนไว้อย่างไร
เรื่องวิถีชีวิต แนวทางให้ถามทั้งปีแรกและปีต่อ ๆ ไป และเขียนว่าเมื่อพบปัญหาให้คำแนะนำและการปรึกษา แล้วส่งต่อเพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสม ผู้เขียนแนะนำให้ตอบตามจริง ถ้าอยากลดหรือเลิกเรื่องไหน บอกในนัดนั้นได้เลย
ตารางการซักประวัติก่อนเริ่มยาต้านในบทเดียวกันมีข้อหนึ่งเขียนว่า ประวัติการใช้สมุนไพร อาหารเสริม หรือการรักษาทางเลือก ควรซักประวัติทุกครั้งที่มารับการรักษา ถ้าจะเริ่มใช้อะไรใหม่ระหว่างปี ผู้เขียนแนะนำให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนโดยไม่ต้องรอนัด แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้ดูว่าใช้ร่วมกันได้หรือไม่ อย่าเริ่ม หยุด หรือปรับยาเอง
เรื่องอาชีพ แนวทางให้ถามเพื่อใช้เลือกสูตรยาให้เหมาะในกรณีที่เกิดอาการข้างเคียงจากยา ตัวอย่างในตารางคือคนที่ต้องอยู่เวรกลางคืนหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาเมื่อเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนกะ ทีมรักษาเป็นผู้ตัดสินเรื่องสูตรยา อย่าเปลี่ยนหรือหยุดยาเอง
เรื่องเพศ คู่ และการวางแผนครอบครัว
ประวัติเพศสัมพันธ์อยู่ในรายการที่ถามทุกช่วง รวมถึงปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ และแนวทางให้อธิบายเรื่องพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง การบอกผลเลือดและสถานะเอชไอวีแก่คู่หรือแก่ลูกก็ถามทุกช่วง โดยแนวทางให้พิจารณาการตรวจเลือดในคู่หรือลูกที่ยังไม่ทราบสถานะด้วย การวางแผนครอบครัวก็อยู่ในรายการที่ถามทุกปี

ถ้าทีมรักษาชวนให้คู่หรือลูกมาตรวจ แนวทางการตรวจเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบของกรมควบคุมโรคปี 2568 วางหลักว่าการตรวจเป็นสิทธิส่วนบุคคล ต้องไม่บังคับ ต้องได้รับความยินยอม และต้องรักษาความลับอย่างเคร่งครัด ถ้าผู้รับการตรวจตัดสินใจเองไม่ได้ เช่น ลูกที่ยังเล็ก เล่มเดียวกันเขียนว่าให้ขอความยินยอมผ่านผู้ปกครอง ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาตรง ๆ ถ้ายังไม่พร้อมบอกคู่ หรือถ้ากังวลว่าการบอกจะทำให้ไม่ปลอดภัย
แต่ถ้าคู่เพิ่งมีเหตุที่อาจสัมผัสเชื้อ อย่ารอนัด ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อทีมรักษาในวันนั้น แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ เพราะแนวทางให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

วัคซีนและสุขภาพใจ
ประวัติวัคซีนอยู่ในรายการที่ถามทุกปี ผู้เขียนแนะนำให้เก็บบันทึกการฉีดวัคซีนไว้ที่เดียวแล้วนำไปด้วย
เรื่องสุขภาพจิต แนวทางให้ประเมินด้านจิตใจทุกคนในครั้งแรกที่มารับบริการ อาจใช้แบบประเมินความเครียดด้วยตนเอง แบบประเมิน Q2 และ Q9 ของกรมสุขภาพจิตกรณีซึมเศร้า หรือแบบประเมินการฆ่าตัวตายกรณีมีความคิดฆ่าตัวตาย และควรประเมินทุกครั้งที่มารับบริการเมื่อคำถามคัดกรองพบความผิดปกติหรือมีภาวะเสี่ยง ตารางยังให้ประเมินสุขภาพจิตของคนในครอบครัวหรือคนที่ดูแลผู้มีเชื้อด้วย
ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หรือให้คนใกล้ตัวพาไป สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า 1669 เป็นเบอร์สำหรับเจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่วนสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เป็นสายปรึกษา ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต ระบุว่าโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อนอนไม่หลับ ตระหนก หรือกังวลใจ (เปิดอ่านหน้าของสองหน่วยงานเมื่อ 30 ตุลาคม 2569) อ่านต่อได้ที่ เอชไอวีและภาวะซึมเศร้า
เตรียมตัวก่อนนัดอย่างไร
ผู้เขียนแนะนำให้จดเรื่องเหล่านี้ไว้ก่อนวันนัด เป็นตัวอย่างที่ปรับได้
- ยา ฮอร์โมน อาหารเสริม สมุนไพร หรือการรักษาทางเลือกที่ใช้อยู่ รวมของที่เพิ่งเริ่ม
- การเปลี่ยนแปลงในชีวิตช่วงที่ผ่านมา เช่น งาน กะการทำงาน ที่อยู่ คู่ หรือแผนมีลูก
- อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างปี แนวทางให้คัดกรองวัณโรคด้วยการซักประวัติทุกครั้งที่มาโรงพยาบาล
- บันทึกการฉีดวัคซีน และข้อมูลสิทธิการรักษาล่าสุด
- เรื่องที่อยากถาม เช่น ผลตรวจครั้งล่าสุดหมายความว่าอะไร
ถ้าระหว่างปีมีอาการใหม่ที่รุนแรง ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อทีมรักษาหรือไปโรงพยาบาลก่อนวันนัด อ่านแผนดูแลตัวเองตลอดปีต่อได้ที่ แผนสุขภาพ 365 วันสำหรับผู้อยู่ร่วมกับ HIV: ยา นัด การนอน และการออกกำลังกาย

คำถามที่พบบ่อย
ตารางนี้ใช้กับผู้มีเชื้อทุกวัยไหม
ไม่ใช่ ในแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ตารางนี้อยู่ในบทการดูแลรักษาผู้ใหญ่ เด็กและวัยรุ่นมีบทของตัวเองในเล่มเดียวกัน และหญิงตั้งครรภ์มีบทการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ถ้าดูแลเด็กที่มีเชื้อ ให้ถามทีมรักษาของเด็กโดยตรง
ทำไมต้องบอกเรื่องสิทธิการรักษาทุกปี
แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนว่าควรประเมินสิทธิการรักษาทุกปี เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาเมื่อเปลี่ยนงานหรือย้ายที่อยู่
ต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกปีไหม
ตารางติดตามของแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนว่า เมื่อมีข้อบ่งชี้ ตรวจซ้ำอย่างน้อยปีละครั้ง ส่วนอื่นของเล่มเดียวกันให้บางกลุ่มตรวจถี่กว่านั้น เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย บุคคลข้ามเพศ และผู้ที่ทำงานบริการทางเพศ ทีมรักษาเป็นผู้ดูว่าแต่ละคนต้องตรวจอะไร บ่อยแค่ไหน ผู้เขียนแนะนำให้บอกอาการผิดปกติที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือในช่องปากและลำคอได้ทุกนัด
ช่วงนี้เครียดมาก รอบอกตอนนัดได้ไหม
บอกตอนนัดได้ แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ประเมินสุขภาพจิตทุกครั้งที่มารับบริการเมื่อคำถามคัดกรองพบความผิดปกติ แต่ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง อย่ารอนัด ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดหรือโทร 1669 เบอร์เจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่วน 1323 เป็นสายปรึกษา
นัดติดตามแต่ละปีต้องตรวจเลือดอะไรบ้าง
แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนรอบตรวจทางห้องปฏิบัติการไว้อีกตารางหนึ่ง ซึ่งขึ้นกับหลายอย่าง เช่น ผลครั้งก่อน ยาที่ใช้ อายุ และโรคประจำตัว บทความนี้จึงไม่ลงรายการหรือรอบตรวจให้นับเอง ทีมรักษาเป็นผู้เลือกและอ่านผล ถ้ามีคำถาม ถามในนัดได้

สรุป
- นัดติดตามเอชไอวีแต่ละปีมีมากกว่าเรื่องยา ตารางในบทผู้ใหญ่ของแนวทางไทยปี 2564/2565 แนะนำให้ทีมรักษาซักประวัติต่อเนื่อง เช่น โรคร่วม วัคซีน เพศสัมพันธ์ วิถีชีวิต สิทธิ และสุขภาพจิต
- สมุนไพร อาหารเสริม และการรักษาทางเลือก บอกทีมรักษาทุกครั้ง ถ้าจะเริ่มของใหม่ ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน อย่าเริ่ม หยุด หรือปรับยาเอง
- แนวทางการตรวจปี 2568 วางหลักว่าการตรวจต้องไม่บังคับและต้องได้รับความยินยอม ถ้าผู้รับการตรวจตัดสินใจเองไม่ได้ ให้ขอความยินยอมผ่านผู้ปกครอง
- ถ้าคู่เพิ่งมีเหตุที่อาจสัมผัสเชื้อ ติดต่อทีมรักษาในวันนั้น แนวทางเอชไอวีของไทยให้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
- ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีหรือโทร 1669 เบอร์เจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่วน 1323 เป็นสายปรึกษา
ดูหน้า การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค (เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569)
- แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 กรมควบคุมโรค (เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569)
- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หน้าแรก (เปิดอ่าน 30 ตุลาคม 2569)
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต (เปิดอ่าน 30 ตุลาคม 2569)