คำถามว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีอะไรบ้าง ตอบได้เป็นรายการสั้น ๆ คือเอชไอวี หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส เริม หูดหงอนไก่ และไวรัสตับอักเสบ หน้านี้เป็นรายการตรวจสอบรวม ไม่ใช่หน้าอธิบายโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ อ่านจบแล้วจะรู้ว่าโรคไหนรักษาหายขาด โรคไหนต้องดูแลต่อเนื่อง และควรไปตรวจจังหวะไหน
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีอะไรบ้าง
โรคในกลุ่มนี้มีหลายสิบชนิด แต่ที่เจอในห้องตรวจจริงวนอยู่ไม่กี่ชื่อ ตารางนี้รวมโรคที่พบบ่อยที่สุดไว้พร้อมคำตอบว่ารักษาหายขาดได้หรือไม่ เพราะเป็นคำถามแรกที่คนถามเสมอ
| โรค | ต้นเหตุ | รักษาหายขาดได้ไหม |
|---|---|---|
| หนองใน | แบคทีเรีย | หายขาดได้ |
| หนองในเทียม | แบคทีเรีย | หายขาดได้ |
| ซิฟิลิส | แบคทีเรีย | หายขาดได้ |
| แผลริมอ่อน ทริคโคโมแนส หิดและโลน | แบคทีเรีย ปรสิต | หายขาดได้ |
| เอชไอวี | ไวรัส | ยังไม่หายขาด แต่ดูแลให้สุขภาพดีได้ด้วยยาต้านไวรัส |
| เริมที่อวัยวะเพศ | ไวรัส | ยังไม่หายขาด คุมอาการได้ |
| หูดหงอนไก่ และเชื้อเอชพีวี | ไวรัส | รักษารอยโรคได้ เชื้ออาจอยู่ต่อ มีวัคซีนป้องกัน |
| ไวรัสตับอักเสบบี และซี | ไวรัส | ต้องดูแลต่อเนื่อง ตับอักเสบบีมีวัคซีนป้องกัน |
คำว่ารักษาหายขาดได้ ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องรีบ ยิ่งรู้เร็วยิ่งรักษาง่ายและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ส่วนโรคที่ยังรักษาไม่หายขาดก็ไม่ได้แปลว่าหมดทางเลือก เพราะมียาที่ช่วยให้คุมโรคและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
STI คืออะไร และส่งต่อกันทางไหน
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ STI คือการติดเชื้อที่ส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนระหว่างมีกิจกรรมทางเพศ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การร่วมเพศ ช่องทางที่พบคือการสัมผัสหรือถูอวัยวะเพศ การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก การร่วมเพศทางช่องคลอดและทางทวารหนัก การใช้ของเล่นทางเพศร่วมกัน รวมถึงการส่งต่อจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ ตอนคลอด และหลังคลอด
โรคแต่ละชนิดมีช่องทางเด่นไม่เหมือนกัน เช่น หนองในเน้นที่เยื่อเมือก ส่วนเริมและซิฟิลิสส่งต่อผ่านการสัมผัสแผลหรือรอยโรคได้ด้วย รายละเอียดของหนองในซึ่งเป็นโรคที่ถามมากที่สุดในกลุ่มนี้ อ่านได้ที่ หนองใน คืออะไร อาการ การตรวจ และการรักษา
อะไรทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อมากขึ้น
ข้อสำคัญคือเรื่องนี้ขึ้นกับสถานการณ์ ไม่ใช่ขึ้นกับว่าใครเป็นคนแบบไหน สิ่งที่เพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวตนของคน
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ทั้งทางช่องคลอด ทางปาก และทางทวารหนัก
- ถุงยางฉีก เลื่อน หรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
- เคยตรวจพบโรคในกลุ่มนี้มาก่อน แล้วยังมีการสัมผัสเชื้ออีก
- คู่นอนเพิ่งทราบว่าตรวจพบเชื้อ
- ยังไม่เคยคุยกับคู่เรื่องการตรวจและการป้องกัน
- ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดร่วมกับคนอื่น
- ดื่มสุราหรือใช้สารเสพติดจนวางแผนป้องกันไม่ทัน
รายการนี้มีไว้ให้ประเมินสถานการณ์ของตัวเอง ไม่ได้มีไว้ตัดสินใคร และไม่ควรใช้เพื่อหาว่าใครเป็นคนพาเชื้อมา

ควรไปตรวจเมื่อไร
ไม่ต้องรอให้มีอาการก่อน จังหวะที่ควรไปตรวจมีประมาณนี้
- เพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย
- ถุงยางฉีกหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
- มีอาการที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือลำคอ เช่น ผื่น คัน แผล ตุ่ม มีหนองหรือสารคัดหลั่งผิดไปจากเดิม แสบเวลาปัสสาวะ ปวดท้องน้อย หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- คู่นอนบอกว่าตรวจพบเชื้อ หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น
- กังวลใจแม้ยังไม่มีอาการ
- วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังฝากครรภ์
- ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดร่วมกับคนอื่น
คนที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ การตรวจเป็นรอบประจำปีช่วยดักโรคที่ไม่แสดงอาการได้ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่กว่าที่คนคิด
สงสัยว่าติดแล้ว ทำอย่างไรต่อ
เมื่อมีอาการที่สงสัยหรือเพิ่งมีการสัมผัสเชื้อ ให้เข้าไปปรึกษาคลินิกหรือหน่วยบริการ และงดมีเพศสัมพันธ์ไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผล เพื่อไม่ให้ส่งต่อไปยังคนอื่นระหว่างรอ
ถ้าผลตรวจพบเชื้อ ให้รักษาตามที่แพทย์สั่งจนครบ และชวนคู่นอนในช่วงที่ผ่านมาไปตรวจด้วย ขั้นตอนนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะการรักษาฝ่ายเดียวทำให้เชื้อกลับมาอีกรอบ และไม่ควรแบ่งยาปฏิชีวนะของตัวเองให้คู่นอนกินเอง เพราะชนิดเชื้อและขนาดยาต้องมาจากผู้ที่ตรวจเท่านั้น
ลดโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

- ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้ง รวมถึงเวลามีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก และดูวันหมดอายุก่อนใช้
- ใช้แผ่นยางอนามัยเป็นตัวกั้นเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก
- ใช้สารหล่อลื่นสูตรน้ำ ไม่ใช้วาสลีนหรือน้ำมันนวดตัว เพราะทำให้ถุงยางเสื่อมและฉีกง่าย
- ใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัยอันใหม่ทุกครั้ง ไม่ล้างแล้วใช้ซ้ำ
- เปลี่ยนถุงยางเมื่อเปลี่ยนคนและเมื่อเปลี่ยนช่องทาง รวมถึงตอนใช้ของเล่นทางเพศ
- เมื่อตัวเองหรือคู่มีอาการ ให้เลี่ยงการสัมผัสบริเวณนั้นและไปตรวจก่อน
- ฉีดวัคซีนที่ป้องกันได้ เช่น วัคซีนเอชพีวีและวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี โดยปรึกษาเจ้าหน้าที่ว่าตัวเองควรได้ตัวไหน
- คุยกับคู่เรื่องการตรวจและการป้องกันก่อนมีเพศสัมพันธ์
อ่านวิธีวางแผนป้องกันในชีวิตจริงเพิ่มได้ที่ การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย..ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีอาการเลย ยังต้องตรวจไหม
ควรตรวจ โรคหลายชนิดในกลุ่มนี้ไม่แสดงอาการในช่วงแรก และบางชนิดไม่แสดงอาการเลย การตรวจตามรอบจึงเป็นทางเดียวที่ตอบได้แน่
ตรวจครั้งเดียวได้ครบทุกโรคไหม
ไม่ใช่ชุดเดียวครอบทุกโรค เจ้าหน้าที่จะเลือกรายการตรวจจากสิ่งที่คุณเล่า เช่น มีเพศสัมพันธ์ทางใด มีอาการที่ตำแหน่งไหน และเหตุสัมผัสเกิดเมื่อไร ยิ่งเล่าตามจริงยิ่งได้รายการที่ตรงกว่า
เป็นโรคในกลุ่มนี้แล้ว จะติดเอชไอวีง่ายขึ้นไหม
แผลและการอักเสบที่เยื่อเมือกทำให้เชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าหน้าที่มักชวนตรวจเอชไอวีไปพร้อมกัน
รักษาหายแล้วติดใหม่ได้อีกไหม
ได้ หายแล้วไม่ได้มีภูมิคุ้มกันถาวร ถ้ามีการสัมผัสเชื้ออีกก็ติดใหม่ได้ การป้องกันและการตรวจตามรอบจึงยังจำเป็นหลังรักษาหาย
สรุป
- โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส เอชไอวี เริม หูดหงอนไก่ และไวรัสตับอักเสบ
- กลุ่มแบคทีเรียมักรักษาหายขาด กลุ่มไวรัสเน้นการคุมโรคและการป้องกัน
- ไม่ต้องรอให้มีอาการจึงไปตรวจ และบอกตามจริงว่ามีเพศสัมพันธ์ทางใด
- พบเชื้อแล้วให้รักษาให้ครบ ชวนคู่นอนไปตรวจ และไม่แบ่งยาให้กันเอง
อยากดูภาพรวมของโรคกลุ่มนี้แบบอ่านง่ายเป็นขั้นตอน ดูได้ที่ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ