คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังเปิดรับวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15–24 ปี เข้าร่วมโครงการวิจัย U-TEST ที่ศึกษาว่าคนกลุ่มนี้ยอมรับและใช้งาน ชุดตรวจเอชไอวีจากปัสสาวะ ด้วยตนเองได้มากน้อยเพียงใด ข่าวนี้เป็นข่าวงานวิจัย ไม่ใช่ข่าวสินค้าใหม่ เพราะการตรวจจากปัสสาวะยังอยู่ในขั้นศึกษา ไม่ใช่ชุดตรวจที่หาซื้อได้ทั่วไปในไทย
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า U-TEST คืองานวิจัยที่ชวนคนอายุ 15–24 ปี มาทดลองใช้ชุดตรวจแบบใหม่ ส่วนคนทั่วไปที่อยากรู้ผลวันนี้ ใช้ชุดตรวจด้วยตนเองที่ขึ้นทะเบียนแล้วได้ตามปกติ
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาอะไร และใครเป็นคนทำ
ชื่อเต็มคือ “โครงการศึกษาความยอมรับและความสามารถในการใช้งานชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจากปัสสาวะในวัยรุ่นและเยาวชนไทย” ดำเนินการโดยสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิจัยโรคติดเชื้อเด็กและวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัตถุประสงค์มีสองเรื่องคู่กัน คือดูว่าผู้เข้าร่วม ยอมรับ การตรวจรูปแบบนี้แค่ไหน และ ใช้งานได้จริง หรือไม่ ชุดตรวจที่ใช้เป็นชุดตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีจากปัสสาวะ แอนติบอดีคือโปรตีนที่ภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นหลังได้รับเชื้อ
คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่จำเป็นตามระบบของไทย แนวทางการตรวจวินิจฉัยเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 ของกรมควบคุมโรค ระบุว่าชุดตรวจสำหรับตรวจด้วยตนเองเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดแรกที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้ต้องมีรายงานการศึกษาการใช้งานตอนขึ้นทะเบียน โดยต้องแสดงว่าผู้ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เก็บตัวอย่าง ตรวจ และแปลผลได้ถูกต้อง งานวิจัยแบบ U-TEST จึงข้ามไม่ได้
ชุดตรวจเอชไอวีจากปัสสาวะ ต่างจากที่ใช้กันอยู่อย่างไร
ชุดตรวจด้วยตนเองที่แนวทางปี 2568 กล่าวถึงและมีเกณฑ์คุณภาพกำกับ มีสองแบบ คือแบบเก็บจากเลือด และแบบเก็บจากน้ำในช่องปาก เอกสารฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงชุดตรวจด้วยตนเองที่เก็บจากปัสสาวะ ซึ่งตรงกับสถานะที่ว่ายังต้องศึกษาต่อ
ต่างประเทศเคยศึกษาการตรวจจากปัสสาวะมาก่อน งานวิจัยในจีนที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระบุข้อดีว่ามีขั้นตอนน้อยกว่าการตรวจจากเลือด และไม่ต้องเจาะปลายนิ้ว ส่วนข้อจำกัดทางชีววิทยาคือ ระดับแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีชนิด IgG (อิมมูโนโกลบูลินจี) ในปัสสาวะต่ำกว่าในเลือดมาก
ผู้เข้าร่วมงานวิจัยชิ้นนั้นเป็นผู้ใหญ่ในจีน อายุเฉลี่ยราว 37 ปี ไม่ใช่วัยรุ่นไทย ผลจากคนกลุ่มหนึ่งจึงตอบแทนอีกกลุ่มไม่ได้ นี่คือช่องว่างที่ทำให้การเก็บข้อมูลในเยาวชนไทยมีความหมาย และบทความนี้ไม่ระบุตัวเลขความแม่นยำของชุดตรวจใน U-TEST เพราะเอกสารโครงการไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนั้น
ใครเข้าร่วมโครงการ U-TEST ได้ และติดต่อทางไหน
คุณสมบัติที่โครงการระบุตรงไปตรงมา คือเป็นวัยรุ่นและเยาวชนอายุ 15–24 ปี ที่สนใจตรวจคัดกรองเอชไอวีด้วยชุดตรวจด้วยตนเองจากปัสสาวะ
| หัวข้อ | ข้อมูลที่โครงการระบุ |
|---|---|
| หน่วยงาน | คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| หัวหน้าโครงการวิจัย | ศาสตราจารย์แพทย์หญิงธันยวีร์ ภูธนกิจ |
| แพทย์ผู้วิจัย | แพทย์หญิงอารยา บุญกูล |
| ผู้ประสานงานวิจัย | คุณจุฑามณี มูลวงษ์ |
| ติดต่อ | โทร 063-393-5230 · Line OA Buddy CU Clinic: @buddycu |
| เลขที่โครงการ | 0256/69 · ใบรับรอง 0687/2026 รับรอง 21 พฤษภาคม 2569 |
เอกสารที่ใช้เขียนข่าวนี้เป็นฉบับ Version 1.0 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 และไม่ได้ระบุวันปิดรับสมัคร จึงควรสอบถามสถานะการรับสมัครโดยตรง

ทำไมการตรวจด้วยตนเองถึงสำคัญกับคนอายุ 15–24 ปี
เพราะคนวัยนี้เป็นสัดส่วนใหญ่ของการติดเชื้อรายใหม่ในไทย ข้อมูลกรมควบคุมโรคที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย เผยแพร่ ระบุว่าปี 2565 ไทยมีผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีประมาณ 561,578 คน มีการติดเชื้อรายใหม่ 9,230 คน และเกือบครึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15–24 ปี คือ 4,379 คน
ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า ร้อยละ 96 ของการติดเชื้อรายใหม่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ซึ่งป้องกันและตรวจพบได้ หากเข้าถึงการตรวจไม่ยาก
แนวทางปี 2568 เขียนในส่วนกลยุทธ์ขยายการตรวจว่า ให้บุคลากรสาธารณสุขผสมผสานการตรวจด้วยตนเองเข้ากับการทำงานร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มเยาวชน และให้ผู้รับบริการใช้ชุดตรวจด้วยตนเองเพื่อลดความกังวลในการไปตรวจที่สถานพยาบาล แปลว่าถ้ารู้สึกอึดอัดกับการไปนั่งรอที่คลินิก ความรู้สึกนั้นถูกนับอยู่ในนโยบายแล้ว
ตรวจด้วยตนเองแล้วต้องทำอะไรต่อ ผลใช้ยืนยันได้เลยไหม
ไม่ได้ และนี่คือข้อที่พลาดกันบ่อยที่สุด แนวทางปี 2568 กำหนดว่าผลจากชุดตรวจด้วยตนเองเป็นผลคัดกรองเบื้องต้น ห้ามนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนปกติของประเทศ สิ่งที่ควรรู้มีดังนี้
- ผลมีปฏิกิริยา ต้องไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลอีกครั้ง ตามขั้นตอนตรวจยืนยันที่แนวทางกำหนด
- ผลไม่มีปฏิกิริยา ไม่ได้ตัดโอกาสติดเชื้อทั้งหมด เพราะอาจยังอยู่ในระยะฟักตัว แนวทางแนะนำให้ตรวจซ้ำหากยังเสี่ยงต่อเนื่อง หรือเพิ่งเสี่ยงมาไม่เกิน 1–3 เดือน
- ผลคลาดเคลื่อนเกิดได้ ทั้งบวกปลอมและลบปลอม เช่น ทำไม่ตรงขั้นตอน เก็บชุดตรวจผิดวิธี หรือตรวจในระยะฟักตัว
- ผู้ที่ทราบสถานะและกินยาต้านไวรัสอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้ใช้ชุดตรวจด้วยตนเอง เพราะอาจได้ผลลบปลอมจนเข้าใจผิดว่าหายแล้ว
ระยะฟักตัวหรือ window period คือช่วงที่ร่างกายรับเชื้อแล้วแต่ยังตรวจไม่พบ ชุดตรวจที่หาแอนติบอดี ซึ่งรวมแบบเลือด แบบน้ำในช่องปาก และแบบปัสสาวะที่กำลังศึกษา ต้องรอให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีก่อน หากแพทย์ประเมินว่าอาจอยู่ในช่วงนี้ แนวทางเปิดให้ส่งตรวจเพิ่มด้วยวิธี HIV qualitative NAT ซึ่งตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง ตามดุลพินิจของแพทย์ อ่านเพิ่มเรื่องการตรวจเอชไอวีและการอ่านผลได้ในคลังความรู้ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
วันนี้อยากตรวจด้วยตนเอง ทำได้ที่ไหน
คนทั่วไปที่อยากรู้ผลตอนนี้ไม่ต้องรอผลวิจัย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 เปิดให้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. จำหน่ายให้บุคคลทั่วไปได้ ทั้งในและนอกสถานพยาบาล เช่น ร้านขายยา
ปี 2566 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนดให้การตรวจเอชไอวีด้วยตนเองเป็นบริการในชุดสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค คนไทยทุกคนจึงรับชุดตรวจจากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนได้ตามความจำเป็น และตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหน ลองอ่าน วิธีใช้ชุดตรวจเอชไอวีให้ได้ผลที่เชื่อถือได้ และถ้ากำลังนับวันหลังเหตุการณ์ที่กังวล ตรวจ HIV หลังเสี่ยงกี่วันจึงน่าเชื่อถือ จะช่วยเลือกจังหวะตรวจ

คำถามที่พบบ่อย
ชุดตรวจจากปัสสาวะซื้อได้ที่ร้านขายยาแล้วหรือยัง
ยังพูดเช่นนั้นไม่ได้ เอกสารของโครงการระบุสถานะเป็นการศึกษาวิจัย และแนวทางปี 2568 กล่าวถึงชุดตรวจด้วยตนเองเฉพาะแบบเลือดและแบบน้ำในช่องปาก ใครเห็นผู้ขายอ้างว่าเป็นชุดตรวจปัสสาวะที่รับรองแล้ว ควรตรวจสอบก่อน
เข้าร่วมโครงการมีค่าใช้จ่ายไหม อายุ 15 ปี ต้องให้ผู้ปกครองยินยอมหรือเปล่า
เอกสารที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุทั้งสองเรื่อง เราจึงไม่เดาแทน คำถามเรื่องค่าใช้จ่าย การให้ความยินยอม และขั้นตอน ต้องสอบถามผู้ประสานงานวิจัยโดยตรง
ถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงเมื่อคืนนี้ ควรทำอะไรก่อน
อย่ารอตรวจ ให้รีบปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เรื่องยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ และกินต่อเนื่อง 28 วัน การตรวจทันทีมักยังไม่ให้คำตอบ เพราะยังอยู่ในระยะฟักตัว
ถ้าผลตรวจด้วยตนเองมีปฏิกิริยา ชีวิตจะเป็นอย่างไร
ขั้นแรกคือไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาล อย่าด่วนสรุปจากผลคัดกรองครั้งเดียว และหากยืนยันว่าเป็นบวก ผู้มีเชื้อเอชไอวีที่รักษาต่อเนื่องจนตรวจไม่พบไวรัสในเลือด มีอายุขัยใกล้เคียงคนทั่วไป การรู้เร็วเป็นข้อได้เปรียบ
สรุป
U-TEST เป็นโครงการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถามว่าเยาวชนไทยอายุ 15–24 ปี ยอมรับและใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจากปัสสาวะได้จริงหรือไม่ คำตอบจะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับอนาคต ไม่ใช่การประกาศว่าชุดตรวจแบบนี้พร้อมใช้แล้ว
ระหว่างนี้หลักการยังเหมือนเดิม ผลตรวจด้วยตนเองเป็นการคัดกรอง ผลมีปฏิกิริยาต้องยืนยันที่สถานพยาบาล และผลลบยังต้องดูจังหวะของความเสี่ยง ผู้สนใจเข้าร่วมติดต่อได้ที่ 063-393-5230 หรือไลน์ @buddycu
การตรวจเอชไอวีไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครทำอะไรมา เป็นการดูแลร่างกายตามรอบ เหมือนตรวจฟันหรือตรวจสายตา ถ้ายังไม่รู้สถานะของตัวเอง เริ่มจากนัดตรวจหรือคุยกับเจ้าหน้าที่สุขภาพใกล้บ้าน
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจวินิจฉัยเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 — กรมควบคุมโรค
- การติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มวัยรุ่น-เยาวชน — ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย
- Urine-based HIV-1 self-testing in China: diagnostic accuracy and usability study
- WHO: Consolidated guidelines on differentiated HIV testing services (2024)