เอดส์ คือ ระยะสุดท้ายของโรคเอชไอวี ที่อยู่ในขั้นอันตรายถึงชีวิต เพราะโรคนี้จะทำให้คนติดเชื้อได้ง่ายมากเนื่องจากภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ โรคที่ปกติคนจะไม่เป็นกันจะทำให้คนเป็นเอดส์ติดได้ง่ายกว่าหลายพันเท่า เช่น วัณโรค เป็นต้น
สิ่งที่ทำให้เอดส์อันตรายถึงชีวิตไม่ใช่เพราะตัว โรคเอดส์ ซะทีเดียว แต่จะเป็นการแทรกแซงของโรคอื่นมากกว่า เพราะคนที่รักษาเอดส์ใช้เวลาทานยาสักพักก็จะทำให้ค่าเม็ดเลือดขาวกลับมาเป็นปกติ แต่เอดส์จะเป็นที่มาของโรคอื่น ๆ มากมายทำให้นอกจากรักษาเอดส์แล้ว ยังต้องรักษาโรคอื่นด้วย และหลาย ๆ ครั้งต่อให้โรคอื่นหายไป อีกโรคหนึ่งก็เกิดติดเชื้อขึ้นมาอีก ทำให้การรักษาเป็นเรื่องซับซ้อนมากและสุดท้ายจึงทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดลง และเสียชีวิตในที่สุด

ธรรมชาติของคนเป็นเอดส์จะเป็นลักษณะผู้ป่วยติดเตียงและถูกแยกออกมาในห้องเพื่อรักษาต่างหากด้วยสาเหตุที่สามารถติดเชื้อได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นหากไม่อยู่ในโรงพยาบาลก็จะไม่สามารถสังเกตผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ในชีวิตประจำวันได้
Table of Contents
อาการเริ่มต้นของเอดส์
หากร่างกายติดเอชไอวีมานาน จนถึงขั้นพัฒนาเป็นเอดส์ จะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอมาก จนถึงขั้นที่ไม่สามารถต้านเชื้อโรคใด ๆ ได้เลย ทำให้มีอาการที่สำคัญคือ
- มีไข้อยู่ตลอดเวลา
- มีอาการเหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงง่าย
- มีเหงื่อไหลปริมาณมากตอนกลางคืน
- มีอาการน้ำหนักลดมากผิดปกติ
- เกิดท้องร่วงเรื้อรัง
หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าว ให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อนได้มากมาย จนอาจทำให้อาการทรุดได้ โดยอาการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สามารถเกิดได้ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง
โรคเอดส์ติดง่ายหรือไม่ ?
โรคเอดส์ไม่ใช่โรคที่อยู่ ๆ คนจะเป็นขึ้นมาเฉย ๆ เพราะว่าเอดส์คือ ขั้นที่พัฒนามาจากเอชไอวี ที่ผ่านการติดเชื้อมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้นควรป้องกันโรคเอชไอวีที่เป็นต้นเหตุแต่แรกดีกว่า
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
การป้องกันโรคเอดส์
ด้วยสาเหตุที่เอดส์คือ การพัฒนาจากโรคเอชไอวี ทำให้การตรวจเลือดหาเอชไอวี เป็นสิ่งสำคัญ ต่อให้ในกรณีที่แย่ที่สุดคือมีเชื้อเอชไอวีอยู่จริง ๆ เราก็ยังสามารถรักษาได้ทัน จนไม่ถึงขั้นเป็นโรคเอดส์ ถึงการรักษาจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและต้องมีระเบียบสูง แต่ก็เป็นสิ่งที่อย่างน้อยเราทำได้ตอนที่เรายังสู้ต่อไหว ไม่ว่าจะเพื่อตัวเราเองหรือคนที่รักเราอีกมากมายก็ตาม

เอชไอวี กับ เอดส์ต่างกันอย่างไร ?
ให้คิดง่าย ๆ ว่าเอชไอวี คือ ขั้นแรก และเอดส์ คือ ขั้นสุดท้าย เพราะกว่าเอชไอวีจะพัฒนาไปเป็นเอดส์ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาหลายปี ถึงขั้นเกิน 10 ปี ในผู้ป่วยบางราย และทุกคนจะเริ่มต้นที่เอชไอวี ไม่ใช่เอดส์ แต่ถึงสองโรคจะคล้ายกัน ก็ไม่ควรเปรียบว่าทั้งสองโรคเหมือนกัน เพราะทั้งสองมีความต่างในแง่ของการรักษา และส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ ยิ่งในปัจจุบันนี้ที่มีเทคโนโลยีการรักษาที่ดีขึ้นมาก ทำให้การรักษาโรคเอชไอวี กับเอดส์ต่างกันยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งในเรื่องระยะเวลารักษา และวิธีการรักษา ในทางที่ดีจึงควรมองโรคสองชนิดนี้เป็นคนละแบบกันจะดีกว่า